ในปี 2512 ช่างนาฬิกาโรเล็กซ์หนุ่มไฟแรง ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นช่างผู้เชี่ยวชาญของบ.SAB ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาโรเล็กซ์รายใหญ่ของประเทศไทย มาเปิดร้านแว่นตาและนาฬิกาโดยใช้ชื่อเดียวกับชื่อของเขา “ดำรงการแว่น” ใครจะรู้ว่า การตัดสินใจครั้งนั้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวงการแว่นตาอย่างเอนกอนันต์
นายดำรงค์เป็นคนมีฝีมือ ขยันขันแข็ง และมีความคิดและสายตามองการณ์ไกล เล็งเห็นปัญหาในการวัดสายตาประกอบแว่นในอดีต ซึ่งมีความยากลำบาก เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้วัดสายตามีราคาแพงมากจนไม่มีใครกล้าซื้อมาใช้ แต่ด้วยความคิดที่ว่า “สายตาเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้ลูกค้ามองได้ชัดและพึงพอใจที่สุด” ทำให้ตัดสินใจสั่งซื้อเครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์เครื่องแรกเข้ามาในประเทศไทยตั้งอยู่ที่ร้าน “ดำรงการแว่น” ข้างกระทรวงมหาดไทย นับเป็นการตัดสินใจที่ต้องลงทุนสูงมากแต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เนื่องจากเครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และทำให้ต่อมา เครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์กลายเป็นอุปกรณ์หลักที่ร้านแว่นทุกร้านต้องมี
ด้วยนิสัยที่ชอบค้นคว้าหาความรู้และพัฒนาวิชาชีพให้ดีขึ้นตลอดเวลา ทำให้นายดำรงค์ มีลูกค้ามากมาย นับตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ ข้าราชการนักการเมืองและข้าราชการประจำชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงนักธุรกิจ ผู้บริหาร ผู้ประกอบกิจการส่วนตัว ฯลฯ อย่างไรก็ดีจากการได้เห็นลูกค้ามาก ทำให้ได้เห็นปัญหามากตามมาด้วย นายดำรงค์จึงพยายามมองหาวิธีที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกค้า จนวันหนึ่ง ได้มีโอกาสคุยกับชาวต่างประเทศท่านหนึ่งซึ่งกว้างขวางในวงการแว่นตาของโลก ทำให้รู้ว่า ในต่างประเทศมีการสอนวิชาเฉพาะทางสายตา เป็นปริญญาเฉพาะทางเรียกว่า Doctor of Optometry แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดสอนสาขานี้ นายดำรงค์ตั้งมั่นทันทีว่า จะต้องนำความรู้นี้มาสู่เมืองไทยให้ได้
จากการค้นคว้าข้อมูลซึ่งเป็นเรื่องยากในสมัยก่อน ทำให้รู้ว่า ประเทศที่มีการสอนที่ทันสมัยที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา ทำให้นายดำรงค์เริ่มวางแผนส่งลูกชายคนโตไปเรียนที่นั่น โดยทั้งหลักสูตร ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 10 ปี ไม่นับการเรียนภาษา โดยเริ่มจากเรียนปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ 4 ปี เตรียมความรู้พื้นฐานทางด้าน Optometry 2 ปีและ Doctor of Optometry อีก 4 ปี ที่ Indiana University ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้เป็นอันดับต้นๆของสหรัฐอเมริกา และของโลก อนึ่ง สาขา Optometry ยังเป็นสาขาที่ขาดแคลนในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การรับชาวต่างชาติเข้าศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยหลังจากการสอบผ่านข้อเขียน จะมีการสอบสัมภาษณ์โดยคณบดีและคณาจารย์ถึงเหตุผลในการเรียน และคำตอบที่มุ่งมั่นและหลักแหลมของนายดนัย เด็กหนุ่มลูกชายคนโตของนายดำรงค์ ทำให้คณบดีตัดสินใจรับเขาเข้าเเรียนอย่างไม่ลังเล ใครเล่าจะรู้ว่าจากวันนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศไทย
ด้วยความคิดมองการณ์ไกลของ ศ.รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงในสมัยนั้น สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งนับเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือกับ Indiana University , USA โดยการก่อตั้งนี้ นับเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญสำหรับวงการวิชาการทางด้านสายตาของเมืองไทย เนื่องจากแม้แต่ในประเทศที่มีความเจริญมากเช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน ในขณะนั้นก็ยังไม่มีการสอนในระดับ Doctor of Optometry หลังจาก ดร.ดนัย เรียนจบและฝึกงานหาประสบการณ์ที่อเมริกา ได้เลือกที่จะทิ้งค่าตอบแทนปีละไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท และกลับประเทศไทยเพื่อมาทำสิ่งที่ตนเองและบิดาบังเกิดเกล้าต้องการ โดยรับราชการเป็นอาจารย์ประจำเพื่อสอนสาขาวิชา Doctor of Optometry ที่สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและได้ค่าตอบแทนที่เทียบกันไม่ได้กับการอยู่ที่อเมริกา หรือประกอบกิจการส่วนตัว
ในปี 2552 เป็นปีที่นักศึกษาสาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ (Doctor of Optometry) รุ่นที่ 4 เรียนจบ ซึ่งนักเรียนเหล่านี้ ได้เล่าเรียนวิชาเดียวกันกับที่สอนที่ Indiana University โดยอาจารย์ต่างประเทศ และอาจารย์แพทย์ในประเทศจากหลายวิทยาลัยแพทย์เช่น ศิริราช รามาธิบดี จุฬาฯ ซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตบัณฑิตสาขาขาดแคลนนี้ได้เองในประเทศ ซึ่งใช้งบประมาณต่ำกว่าหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับการส่งเรียนต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรสูงกว่าสิบล้านบาท
ปัจจุบัน นายดำรงค์และ ดร. ดนัย และ ดร.วุฒิพงษ์ (ลูกเขย นายดำรงค์) ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในองค์กรต่างๆ เช่น เป็นกรรมการในสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย เป็นที่ปรึกษาและอนุกรรมการฝ่ายวิชาการในสมาคมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาหน่วยงานราชการและเอกชนอีกหลายแห่ง รวมทั้งยังประกอบกิจการส่วนตัวเล็กๆของครอบครัว คือร้าน “ดำรงการแว่น”(มีสาขาเดียวอยู่ข้างกระทรวงมหาดไทย) และ “หมอแว่น”(มีสาขาเดียวอยู่ตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิ) โดยยึดหลัก “ใช้ความรู้และวิทยาการที่ทันสมัย เพื่อสายตาและสุขภาพตาที่ดีที่สุดของลูกค้า”
สำหรับร้าน “หมอแว่น” มุ่งเน้นการบริการทางด้านสายตาที่ครบวงจร แตกต่างจากร้านแว่นทั่วไปคือ
” เรามีความมุ่งมั่น และทุ่มเทเพื่อให้ทุกท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ด้านทัศนมาตรที่ยาวนาม กว่า 20 ปี จึ่งมั่นใจได้ว่าเราคือผู้ให้บริการตรวจวัดสายตา รักษาสายตา และคอนแทคเลนส์ครบวงจร ดีที่สุดและได้รับการยอมรับจากหลายสถาบันระดับสากลทั่วโลก “